Sonic the Hedgehog โซนิค

Sonic the Hedgehog โซนิค

Sonic the Hedgehog โซนิค เดอะ เฮดจ์ฮ็อก คือ ภาพยนตร์แนวแอ็คชั่นผจญภัยโลดโพน สร้างจากเฟรนไชน์วิดีโอ

เกมชื่อดังของ เซก้า กำกับโดย เจฟฟ์ โฟว์เลอร์ ที่เคยฝากผลงานหนังสั้นเข้าชิงออสการ์ ซึ่งในตอนแรกภาพยนตร์เจ้าเม่นสีฟ้านั้น โซนี่ พิคเจอร์ เป็นผู้จัดจำหน่ายในปี 2013 ก่อนที่ต่อมาเป็น พาราเมาต์ พิคเจอร์ แทน อีกทั้งยังเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงมากมายไม่ว่าจะเป็นนักแสดงที่เคยวางตัว Paul Rudd จาก Ant-Man มารับบทนำ ก็เปลี่ยนเป็นอย่างที่เห็นทุกวัน ไหนจะเจอมรสุมของหน้าตาโซนิคอีก แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะลงตัว แค่ในตอนนี้ล่ะนะ

โซนิค เดอะ เฮดจ์ฮ็อก คือผลงานเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 27 ปี ของ โซนิค เดอะ เฮดจ์ฮ็อกตัวละครมาสคอตของเซก้า ค่ายเกมดังจากญี่ปุ่น จึงเกิดเป็นโปรเจกต์ใหญ่ที่พร้อมจะนำเจ้าโซนิค เม่นสีฟ้าสีน้ำเงิน ผู้ที่มักประมือกับ ดร. เอ้กแมน หรือ ดร. โรบอทนิกส์ ในเกมมาเป็นเวลานาน มาสู่จอเงินเป็นครั้งแรก โดย Marza Animation Planet สตูดิโออนิเมชั่นยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น พร้อมด้วยทัพนักแสดงอย่าง เจมส์ มาร์สเดน (จาก Enchanted และ ซีรีส์ Westworld) ทิก้า ซัมพ์เตอร์ (จาก Ride Along 2 และ ซีรีส์ Gossip Girl) จิม แคร์รีย์ นักแสดงที่หวนกลับมาเล่นบทตลกอีกครั้ง พร้อมได้ เบน ชวาชท์ ให้เสียงพากย์เป็น Sonic the Hedgehog โซนิค ตัวละครหลักของเรื่อง และมีกำหนดฉายในวันที่ 27 พฤศจิกายน แต่ทว่าเมื่อตัวอย่างแรกของ Sonic The Hedgehog ออกมา…หน้าตาสมจริง สมจริงจนน่ากลัว!

ภาพยนตร์เลยถูกกระแสแฟนและชาวโลก ขับไล่ไสส่งกดดิสไลค์ไม่หันมาแลไม่แคร์ไปดู (พอเถอะ) จนทางผู้กำกับและผู้ที่เกี่ยวข้องต้องออกมาขอโทษ และสัญญาว่าจะปรับปรุง

Sonic The Hedgehog ซึ่งผลออกมาคือ ตัวอย่างล่าสุด กลายเป็นภาพยนตร์ของพาราเมาต์ที่ติดเทรนด์ทวิตทั่วโลก และในยูทูปทั้งไทยและเทศด้วย
การปรับโฉมใหม่ครั้งนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับ ไทสัน เฮสเซอ นักวาดการ์ตูนที่วาดหนังสือการ์ตูนโซนิคในขณะนี้ เข้ามาช่วยปรับแก้ให้เจ้าเม่นที่เรารู้จักได้กลับคืนมา เอ้า! ปรบมือสิครับรออะไร

แต่ก่อนที่จะเข้าสู่ประเด็น Sonic the Hedgehog โซนิค ก็อยากจะปูให้ใครหลายคนรู้จักกับเจ้าเม่นสายฟ้าหน้าตาน่ารักตัวนี้ก่อน

ในเดือนเมษายนปี 1990 บริษัทเซก้าได้เสนอให้มีการสร้างตัวนำโชคใหม่ แทนที่อเล็กซ์ คิดด์ซึ่งเป็นตัวนำโชคเดิม ธิโอดอร์ รูสเวลท์กับชุดนอน (ถูกพัฒนาภายหลังมาเป็นดร.โรบอทนิกส์), กระต่าย แต่ผลงานที่ได้รับเลือกคือผลงานของ นาโอโตะ โอชิม่าที่เลือกใช้เม่น จากนั้นทีมงานจำนวน 15 คนก็พัฒนาเกมโซนิคเดอะเฮดจ์ฮ็อกและเปลี่ยนชื่อทีมเป็น โซนิคทีม ซึ่งเป็นทีมที่พัฒนาเกมในเฟรนไชน์โซนิคเดอะเฮดจ์ฮ็อกตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ความสำเร็จนี้ทำให้เกิดการดัดแปลงให้เป็นภาพยนตร์ในเดือนสิงหาคม ปี 1994 เมื่อเซก้า สาขาอเมริกาได้เซ็นสัญญาข้อตกลงกับ Metro-Goldwyn-Mayer Pictures และTrilogy Entertainment ในการสร้างภาพยนตร์ไลฟ์แอ็คชั่นที่สร้างจาก
Sonic X-treme
เกมที่กำลังพัฒนาในปีเดียวกันที่จะพาโซนิคเข้าสู่ยุค 3D อย่างเต็มตัว สำหรับเครื่อง เซก้า แซทเทิร์น เครื่องเกมใหม่ล่าสุดในตอนนั้น จนในปี พฤษภาคม ปี 1995, ริชาร์ด เจฟเฟอรีส์ ได้วางบทภาพยนตร์ Sonic the Hedgehog: Wonders of the World, กับเซก้า ที่เล่าเรื่องของโซนิคหนีจากเกมเดียวกันไปยังโลกความจริง และร่วมมือกับเด็กหนุ่มเพื่อหยุดยั้งแผนร้ายของด็อกเตอร์โรบอทนิกส์ อย่างไรก็ตามไม่มีสตูดิโอไหนให้ความสนใยมาคุยด้วย หนังจึงต้องถูกยกเลิกไป เจฟเฟอรีส์พยายามจะนำโครงเรื่องไปเสนอ ดรีมเวิร์ค แต่ก็ถูกปฏิเสธพร้อม ๆ กับเกมดังกล่าว กระทั่งปี 2014 จึงได้เริ่มสร้างขึ้นในที่สุด

ลักษณะทางกายภาพของโซนิคจะเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ดังเช่นในยุคแรกๆโซนิคจะตัวเตี้ยกลมหน้าตาดูเป็นเด็กๆ แต่เมื่อยูจิ อูเอคาวะ นำมาดีไซน์ใหม่สำหรับเกมโซนิคแอดเวนเจอร์ โซนิคก็ได้รูปลักษณ์ใหม่ที่ตัวสูงขึ้น ผอมลง ขนเม่นที่หลังก็ยาวขึ้นและมีตาสีเขียว สีน้ำเงินโคบัลต์ได้ถูกกำหนดให้เป็นสีของโซนิคเพื่อให้สอดคลองกับโลโก้ของเซก้าและโซนิคทีม ซึ่งยูจิ อูเอคาวะ ได้เข้ามาปรับให้ตัวละครเป็นแบบปัจจุบัน คือ โซนิคเดอะแอดเวนเจอร์ เกมในเฟรนไชน์ ตั้งแต่นั้นก็ยังมี โซนิค อันลีช, โซนิค คัลเลอร์, โซนิค ฟอร์เซส ที่เซก้าไอ้ทำออกมาและประสบความสำเร็จจนเป็นได้กับคู่แข่งที่ตามหลัง มาริโอ้ ได้อย่างไม่แปลกใจ แต่ทั้งคู่ก็คอยไปจอยกันในเกมแข่งกีฬาโอลิมปิกนะ

นักแสดง: Jim Carrey, James Marsden, Neal McDonough, Ben Schwartz
ผู้กำกับ: Jeff Fowler
ระดับความน่าดู: 8/10 กะโหลก
ทำไมไม่ดูไม่ได้: หนังดัดแปลงจากเกมวิดีโอยอดนิยมในยุค 90s บอกเล่าเรื่องราวของเจ้าเม่นสายฟ้า “โซนิค” (ให้เสียงโดย Ben Schwartz จากหนัง Parks and Recreation) ที่มีพลังความเร็วระดับซูเปอร์โซนิค เขาผูกมิตรกับเพื่อนมนุษย์ที่ชื่อทอม วาชาวสกี้ (James Marsden) และต้องออกผจญภัยร่วมกันเมื่อดร.โรบอตนิค ตัวร้ายของเรื่อง (Jim Carrey) พยายามไล่จับโซนิคเพื่อใช้พลังความเร็วของมันในการครอบครองโลก หลังเผยภาพลักษณ์ใหม่ที่แก้ร่างให้ถูกใจแฟน ๆ แล้ว ความน่าดูอีกอย่างคือ หวังว่า Jim Carrey จะได้ลืมตาอ้าปากหลังจากหายจากหนังฮิต ๆ ไปร่วม 15 ปี

เรื่องเพิ่มเติม : รีวิวหนัง

Tagged