TENET เทเน็ท

TENET เทเน็ท

TENET

#Intro : ถามว่ายากไหมสำหรับคนที่ดูหนังเอามัน บอกเลยว่ายาก แต่ไม่ยากขนาดนั้น ถ้ามีประสบการการดูหนังมาเยอะ ถึงจะเป็นสายเอามันก็คิดว่าคงพอจะเข้าใจได้ และถ้าเข้าใจตรรกะ มันจะสนุกมาก ถึงมากที่สุด
.
.
#จุดเด่น : เนื้อเรื่องแน้นมาก ต้องใช้ความคิดตลอดเวลาที่ดู มันเลยทให้คนดูอินจนเข้าไปอยู่ในโลกของหนังได้เลย ฉากแอ็คชั่นก็มัน บอกเลยไม่มีฉากไหนที่ไม่สนุก ไม่มีฉากไหนที่หน้าเบื่อ ถ้าคนดูหนังเป็นและเข้าใจจะสนุกมากก ส่วนตัวผมชอบแนวคิดการย้อนเวลาเรื่องนี้มาก ถึงจะเข้าใจยาก แต่มันดูแล้วหน้าสนใจและติดตามมาก
.
.
#จุดด้อย : ไม่เหมาะกับคนดูเอามันอย่างแรง ต้องคิดตามต้องดูไปด้วยและหาเหตุผลด้วย เลยอาจจะไม่ใช้ทุกคนจะสนุก
.
.
#สรุป : แนะนำให้ดูรอบ 2 ด้วย เพราะรอบ 2 จะสนุกมาก เพราะถ้าเข้าใจแล้วมันจะสนุกมาก ขึ้น รอบ 2 ผมอาจจะให้ 10/10 เลยก็ได้ แนะนำครับ

เรื่องย่อ
จะเป็นอย่างไร.. หากเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดมันเลวร้ายยิ่งกว่าวันโลกาวิวัฒน์! ฝ่าทฤษฎีของกาลเวลาเพื่อความอยู่รอดของมวลมนุษยชาติ โดยการจารกรรมสุดยิ่งใหญ่ครั้งนี้ทุกคนจะได้ตามหาคำตอบด้วยกันว่า เทเน็ท คืออะไร? เหตุการณ์อะไรที่จะร้ายแรงยิ่งกว่าวันอวสานของโลกมนุษย์? และการย้อนเวลานั้นแตกต่างกับการเดินทางข้ามเวลาอย่างไร?

TENET เทเน็ท หรือผมขอตั้งชื่อไทยให้หลังดูจบว่า กาลพิฆาตโลก เป็นภาพยนตร์แนวแอ็คชั่นจารกรรมไซไฟที่ถูกปั้นออกมาจากวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของผู้กำกับมากฝีมือที่ทำเรื่องไหนออกมา เป็นได้รับกระแสว่าล้ำตลอด อย่าง คริสโตเฟอร์ โนแลน ผู้เคยพาเราไปสำรวจความทรงจำที่ย้อนจากหลังไปหน้าจาก MOMENTO พาเราเดินทางสู่โลกแห่งความฝันและการจารกรรมอย่าง INCEPTION พาเราเดินทางข้ามโพ้นจักรวาลเหนือกาลเวลาอย่าง INTERSTELLAR และเพาเราสำรวจช่วงเวลาแห่งสงครามอย่าง DUNKIRK และในปี 2020 นี้ เขาจะพาเราไปสำรวจทุกสิ่งทุกอย่างที่มาจากประสบการณ์การทำหนังของเขา ไม่ว่าจะเรื่อง เวลา แผนจารกรรม วิทยาศาสตร์ และการเล่าเรื่องที่มีชั้นเชิงใน TENET ครับ

หลังจากที่โควิดได้ทำให้ TENET ต้องย้ายกำหนดฉายจากเดือนกรกฎาคม มาที่สิ้นเดือนสิงหาคม ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เรียกได้ว่าเป็นความหวังที่จะเรียกศรัทธาคนชมภาพยนตร์ให้กลับมาเข้าโรงอีกครั้ง หลังธุรกิจเหล่านี้ได้ซบเซา และถูกแทนที่ด้วยบริการสตรีมมิ่งที่ทำให้เราแทบลืมไปเลยว่า ยังมีภาพยนตร์ที่หน้าจับตามองออกฉาย และเชื่อว่าต่อไปจะไม่มีแค่เรื่องนี้ จะมีเรื่องอื่นอีกมากมายที่รอเข้าฉาย ซึ่งเรามาติดตามกันว่ามันจะแสดงศักยภาพของมันได้มากแค่ไหน แต่ก่อนอื่นเลยมาอ่านเรื่องย่อกันก่อน

“ตัวเอก (จอห์น เดวิด วอร์ชิงตัน) ถูกดึงเข้าสู่แผนจารกรรมครั้งสำคัญขององค์กรลับปริศนาภายหลังการตายของเขาที่มีเพียงคำว่า “เทเน็ท” ที่เป็นกุญแจนำทาง และเขาต้องออกเดินทางในแทบทุกมุมโลก เพื่อค้นหาเบาะแสสำคัญที่จะหยุดยั้งเหตุการณ์ที่เชื่อว่าเป็นสงครามโลกครั้งที่สาม และเผชิญหน้ากับปรากฏการณ์ประหลาดที่ทำให้วัตถุหรือสิ่งต่าง ๆ เดินทางย้อนเวลาได้ ร่วมด้วย นีล (โรเบิร์ต แพททินสัน) ชายหนุ่มปริศนาที่ปรากฏตัวเพื่อช่วยเหลือเขา แคทเทอรีน (เอลิซาเบธ เดบิกกี) สาวเศรษฐินีที่มีปัญหากับ อังเดร เซเตอร์ (แคนเนธ์ บรานาห์) พ่อค้าขายอาวุธสงครามที่เป็นชนวนสำคัญที่อาจพลิกชะตาโลกทั้งใบได้ แต่เมื่อยิ่งเข้าใกล้ความจริงมากเท่าไหร่ ความเป็นจริงยิ่งเลือนราง และกาลเวลานั้นก็ค่อย ๆ สั่นคลอนความเชื่อของทุกคนไปตลอดกาล”

หนังจารกรรมที่มีความไซไฟเฉพาะตัวแบบโนแลน

TENET เทเน็ท

คริสโตเฟอร์ โนแลนเคยกล่าวว่า เขาเคยคิดอยากทำหนังเจมส์ บอนด์ ในแบบตัวเอง ซึ่งเขาก็ได้ทำมันออกมาแล้ว เทเน็ทจะพาคนดูค่อย ๆ สัมผัสโลกที่เหนือกว่าความเป็นจริงที่เราเคยอยู่ แต่ก็ยังค่อย ๆ แทรกปริศนาและเบาะแสตามแบบโนแลน ถ้าใครดูหนังเก่ามาจะเข้าใจได้ทันทีว่าหนังของเขาจะมีการโปรยขนมปังให้ใช้ในการรวบรวมเบาะแส และแน่นอน อย่าคิดตามหลักความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์ ไม่เช่นนั้นคุณจะทั้งงง และสับสน ทำตามที่ตัวละครในตัวอย่างบอก “อย่าพยายามเข้าใจ ให้ใช้ความรู้สึก”

คุณจะได้ค่อย ๆ สงสัยและอยากรู้ไปกับพระเอก และแน่นอนคำอธิบายของหนังเรื่องนี้มีไม่มากมาย แต่ต้องตั้งใจฟังและอย่าพลาดรายละเอียด ไม่เช่นนั้น คุณอาจจะหลุดจากโลกในหนัง หรือหลับทันที แต่เรื่องแบบนั้นมันก็คงยาก เพราะอาเข้าจริง แม้เราจะไม่เข้าใจ แต่หนังก็มอบความบันเทิง มีเสน่ห์แบบสายลับ และความไซไฟได้อย่างเต็มรูปแบบโดยไม่เวอร์วังจนเกินไป จนผมยอมรับเลยว่า ล้ำจริง ไรจริง ดูไม่รู้เรื่องแต่โคตรมัน แต่มันแลกมาด้วยข้อเสียคือ ในช่วงท้ายของบทสรุปในหนังมันเหมือนวางมาให้เป็นอีกแบบนึง เลยคิดว่ามันเล่นใหญ่ไปนิด แต่มันก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำคัญอะไรของเรื่อง ผมคงไม่สปอย แต่บอกได้ว่า มันเป็นเรื่องที่หนังไซไฟชอบทำ แต่โนแลนเล่ามันลึกขึ้นมากกว่าเดิม

กฎของโนแลน คือ กฎของเทเน็ท

TENET เทเน็ท

มีใครหลายคนคงสงสัยว่าการกลับด้านหรือกลับข้างนี่มันเกิดจากอะไร ผมบอกได้แค่ว่า มันเป็นการดัดแปลงอนุภาคของหน่วยกระแสวัดเวลา ซึ่งเป็นกฎที่โนแลนคิดขยายขอบเขตให้กว้างกว่าวิทยาศาตร์ในโลกแห่งความจริงร่วมกับนักฟิสิกส์ที่เคยทำงานร่วมกัน เพื่อใช้ในภาพยนตร์โดยเฉพาะ เทเน็ทในเรื่องก็ไม่ได้มีการให้น้ำหนักอะไรมากอย่างที่คิด เอาจริง ๆ ดูจนจบก็ยังไม่สามารถเข้าใจได้ว่า เทเน็ท หมายถึงอะไร และมันไม่ใช่สิ่งที่คุณคิดแน่ สิ่งที่หนังทำได้ดีคือการสร้างโลกของตัวเองขึ้นมาตามความเป็นจริง แต่ก็ใส่เรื่องการเดินทางข้ามเวลา ซึ่งมันเดินทางยังไง ก็ต้องไปชมกันครับ บอกได้อย่างเดียวว่า มันเจ๋งมาก ๆ ในฐานะที่ผมศึกษาทฤษฎีนี้มาประมาณนึง แต่คนดูทั่วไปอาจจะตามกฎไม่ทัน ซึ่งนั่นสิ่งที่คุณต้องชั่งน้ำหนักเอาเอง ว่ามันเป็นยังไง แต่นี่คือสิ่งที่ผมเข้าใจหลังจากชมภาพยนตร์จบครับ

กลไกใน เทเน็ท

TENET เทเน็ท

ตอนตัวอย่างออกมาแรก ๆ ผมมองคนที่รับบทหลักอย่าง จอห์น เดวิด วอร์ชิงตัน ว่ามีเสน่ห์พอจะเป็นศูนย์กลางเรื่องทั้งหมดได้หรือเปล่า เพราะผมไปให้ความสนใจตัวละครอื่นมากกว่า แต่ผมคิดผิด ในภาพยนตร์จริง ๆ ลูกชายของเดนเซล วอร์ชิงตันคนนี้แสดงออกมาได้สุดยอด คือเขาเปรียบเสมือนคนดูในช่วงต้น ก่อนจะเข้าไปอยู่ในโลกของหนังอย่างมีเสน่ห์ ทั้งท่าทางการต่อสู้ที่ดุเดือด ท่วงท่าที่เท่ กวนประสาท และเคมีที่มีต่อนักแสดงทุกคนถือว่าเกินคาดมาก เช่นเดียวกับ โรเบิร์ต แพททินสัน ที่ผันตัวเองจากหนังอินดี้สายรางวัลมาเล่นหนังสายหลัก ก็วาดฝีไม้ลายมือได้อย่างขโมยซีน และน่าหลงใหล คือต้องพูดจริง ๆ ว่าตัวละครของนีลที่เขาเล่นคือส่วนที่ดีที่สุดของหนัง ตอนแรกผมคิดว่าบทเขาจะไม่ได้แสดงอะไร แต่เอาเข้าจริง เขาเป็นตัวละครที่น่าสนใจมาก

ในขณะที่ตัวละครอื่นก็ตามมาตรฐานไม่ได้รู้สึกอะไรมาก เพราะเอาเข้าจริง ๆ ตัวละครหลักเหล่านี้ไม่เด่นในด้านปูมหลัง ดราม่า หรือเนื้อเรื่อง แต่เหมือนเป็นตัวที่พาเหตุการณ์ต่าง ๆ มาบรรจบก็เท่านั้น แต่ก็พอเข้าใจ เพราะหนังอยากขายความไอเดียจารกรรมไซไฟมากกว่าตัวละคร ซึ่งน่าเสียดายเพราะหนังเปิดให้เล่นมาก แต่คงได้แค่นี้

สภาพแวดล้อมในเทเน็ท

TENET เทเน็ท

สิ่งที่ทุกคนคาดหวังเมื่อไปดูหนังโนแลนคืองานภาพ วิชวลเอฟเฟกต์ และดนตรี ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานครับ คือ เล่นใหญ่มาก มีการเล่นมุมกล้องย้อนกลับ สลับกับมุมกล้องปกติ ไหนจะมีการจับภาพที่เห็นได้ในระยะกว้าง เล่นกับสีสเปกตรัมได้อย่างโดดเด่น เห็นเป็นสง่า ส่วนเรื่องดนตรี ต้องยกความดีความชอบให้คนแต่งเพลงอย่าง ที่ทำเพลงในช่วงต่าง ๆ ได้ลุ้นระทึกจริง ๆ ฉากแอ็คชั่นคือตูมตามมาก ตูมตามแบบขนาดนี้เลยเหรอ ระเบิด ปืนปง เครื่องบินอะไรมาหมด ต่อยตีก็มา เสียงดังกระหึ่มโรงมาก จนอยากไปดูไอแม็กซ์ เผื่อจะเห็นอะไรมากกว่านี้ แต่แค่นี้ก็ปลื้มจะแย่อยู่แล้ว ยิ่งฉากจบแล้วเพลงขึ้นแทบจะอยากปรบมือให้ เพราะเพลง The Plan ของ Travis Scott ถ้าเข้าใจเนื้อร้องจะเก็ททันทีหลังจากที่สงสัยมาตลอดก่อนไปดูหนัง และมันก็ปิดฉากภาพยนตร์ได้อย่างสวยงามและสมบูรณ์แบบ

ถือว่าเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จากคริสโตเฟอร์ โนแลน เจ้าพ่อหนังที่กลับมาทวงบัลลังก์อย่างสมศักดิ์ศรี ภายหลังความซบเซาของวงการภาพยนตร์จากโควิดไปอย่างยาวนานกว่า 5 เดือน ใครบอกว่าหนังโนแลนดูยาก อันนี้พูดตรง ๆ ก็ใช่อยู่ แต่ถ้าการได้ไปสัมผัสสิ่งที่เทเน็ทนำเสนอแล้ว ผมว่ามันคุ้มมาก ๆ สำหรับการไปนั่งอยู่ในโรง 2 ชมกว่าที่อัดแน่นด้วยฉากแอ็คชั่นมัน ๆ ทฤษฎีล้ำ ๆ เพลงประกอบเท่ๆ ล้ำ ๆ ทีมนักแสดงที่มาวาดลวดลายฝีมือ ทั้งหน้าใหม่และเก่า ผมแนะนำ ไปสัมผัสประสบการณ์นี้ จะไม่เสียดายเงินแน่ๆ โดยเฉพาะตอนที่ดูจบ คุณอาจจะตั้งคำถาม หรือคุณอาจจะอยากดูอีกรอบ ซึ่งเป็นไปได้ก็อยากดูเหมือนกัน แต่เท่าที่เข้าใจตอนนี้ ผมก็โอเคกับหนังมาก ๆ แล้ว ก็อยากให้ทุกคนไปชมกันครับ

เรื่องเพิ่มเติม : รีวิวหนัง